Stockhausen on humanity in electronic art - Boing Boing

Stockhausen on humanity in electronic art

By at 10:47 am Thursday, Dec 29

 

Are electronics dehumanizing music and art? Here's what pioneering composer Karlheinz Stockhausen had to say on the matter back in 1972. Midway through, he riffs on the proto-human scene in 2001. For a nice point-of-entry into Stockhausen's work, I suggest Kontakte (1959-1960), his first composition that melded traditional instrumentation with electronics, including a tape recording of treated percussion. You can hear some of it below. The classic 1960 performance of Kontakte by Christoph Caskel, David Tudor, Gottfried Michael Koenig, and Stockhausen in Köln, was just reissued on vinyl by the Doxy label, available from Forced Exposure.

 

ภายในลิงค์มี Video สั้นๆ ด้วย หยิบมาฝากสำหรับผู้สนใจประวัติศาสตร์ดนตรีแนวนี้ครับ

Animoog for iPhone

Media_httpa4mzstaticc_zktya

น่าเสียใจอยู่เล็กๆ ที่ Moog Inc ไม่ใช้แนวทาง One App for All iOS Device แต่ขายแยกออกมาต่างหาก

กำลังลดราคาอยู่ที่ $1 จากปกติ $10 และต้องเป็นเครื่อง iDevice ปี 2010 เป็นต้นไปเท่านั้นครับ (iPhone 4 ขึ้นไป)

iZotope แจกหนังสือ iOS Audio Programming Guide (Free)

iZotope

iZotope ออกหนังสือสำหรับใครที่ต้องการเขียนโปรแกรมทางเสียงบน iOS ฟรีครับ ดาวน์โหลดที่นี่

หรือค้นหาจากชื่อ iZotope บน iBook Store

เหตุผลที่แจกฟรีนั้นตรงประเดน พวกเขาขาย iOS SDK ที่ช่วยนักพัฒนาเข้าถึงอัลกอริทึ่มของการโปรเซสเสียงโดยไม่ต้องทำเองทั้งหมด รายละเอียดเพิ่มเติม

Mini Review: iKaossilator

iKaossilator (iPhone/iPod Touch/iPad $19.99)

Music app จากผู้ผลิตที่เอาจริงกับด้านนี้มากอย่าง KORG ที่แค่เพียงพอพูดถึงชื่อ iKaossilator แล้วเราก็เดากันได้ทันทีว่ามันเป็น Music app แบบที่จะใช้ประโยชน์จากหน้าจอทัชสกรีนแบบเต็มๆ และตรงไปตรงมา ขณะที่ App ก่อนๆ ของ KORG ใช้การจำลองปุ่ม (Metaphor) บนหน้าจอสัมผัส

และก็ไม่ทำให้แฟนๆ ผิดหวังครับ เพราะมันถูกแบบใหม่ให้เหมาะกับหน้าจอขนาดเล็กบนมือถือและใช้ประโยชน์จาก Visual Feedback ช่วยให้การสร้างสรรค์งานเพลงด้วยความสนุกและง่ายอย่างรวดเร็ว หลักการทำงานเบื้องต้นของ iKaosillator คือเครื่องดนตรีแบบ Phrase/Loop ที่พอเราเอามือแตะบนหน้าจอก็จะเกิดเสียง บางชิ้นอาจเป็นตำแหน่งโน้ต บางชิ้นอาจมาเป็นวลีเพลงหรือลูป ที่เราสามารถบันทึกเก็บไว้จนได้ดนตรีแบบเต็มที่มีเครื่องดนตรีสูงสุด 6 ชิ้น

การสัมผัสบนหน้าจอจะเป็นการเล่นเสียงในรูปแบบต่างๆ เช่น ถ้าเป็นเครื่องดนตรีที่เล่นท่วงทำนองอย่าง Lead synth แกน X จะเป็นระดับโน้ต ขวาสุดคือโน้ตในระดับเสียงสูงสุด แกน y คือเอฟเฟกต์เช่น Low Pass filter ดังนั้นหากเราสไลดนิ้วจากขวาไปซ้ายแล้วดันขึ้นมันจะเป็นการสไลด์เสียงลงต่ำพร้อมติดเอฟเฟกต์ที่ปลายเสียง อย่างนี้เป็นต้น กรณีที่เป็นวลีเพลงเช่น Piano Chords หรือ Drum Loop ก็จะมีวิธีการเล่นการควบคุมเหมือนกัน ต่างกันที่รายละเอียดนิดหน่อย เช่นกรณี Drum Loop ยิ่งเลื่อนนิ้วไปทางขวาสุดรายละเอียดของการตีกลองก็จะยิ่งซับซ้อนขึ้นไปจนถึงการ Fill in

เรายังสามารถเลือก Mode ของวลีเพลงที่เราจะเล่น การควบคุมอิสระผ่านจอสัมผัสทำให้เรามีวลีเพลงที่หลากหลายมากกว่าการใช้ลูปมาก ถ้าใครเล่น Abletone Live มาก่อน จะเล่นสนุกได้ทันทีโดยไม่ต้องศึกษาเพิ่มเติมมาก เพราะซีนเพลงที่เราทำเสร็จแล้ว เรายังสามารถเลือกเครื่องดนตรีบางชิ้นไปผสมกับซีนอื่นๆ ได้อีก KORG เรียกระบบนี้ว่า “Mix Play”

ที่ Feature หนึ่งที่ออกแบบมาเพื่อ DJ Live Performace โดยเฉพาะ Flex Play ให้เราใช้นิ้วกดปุ่ม Tempo หรือ Loop Lenght ค้างไว้ตอนที่เรากำลังเล่นซีนอยู่ แล้วนิ้วของอีกมือนึงจะแตะบนหน้าจอเพื่อควบคุมจังหวะเพลง ไปจนถึง Fill in ได้เลย (ทั้ง 6 เครื่องดนตรีจะถูกควบคุมพร้อมกัน) เกิดซาวน์ที่เท่มากๆ

คุณภาพเสียงจากเครื่องดนตรีแต่ละชิ้นใน iKaossilator นั้นเชื่อได้ในคุณภาพครับ เสียงมันไพเราะในระดับอาชีพ แม้ข้อจำกัดของฮาร์ดแวร์ทำให้ความละเอียดจะอยู่ที่ 16 บิต/44.1 kHz ก็ตาม เสียงที่ผู้เขียนชอบมากๆ คือเสียงจากเครื่องเป่าทองเหลืองเช่น Sax และเสียง Organ ไฟฟ้าที่ออกแบบมาล้ำๆ หน่อย (ไม่ใช่ที่เราคุ้นเคยในเพลงวินเทจร๊อค) ซึ่งจะเหมาะกับเพลงร่วมสมัย ดนตรีเต้นรำ ที่ปกติเครื่องดนตรีไฟฟ้าของ KORG จะมีชุดเสียงมาทางนี้อยู่แล้ว

ข้อจำกัดอย่างอื่นก็พอมีบ้างครับ เช่นการที่ KORG เลือกทำเป็นระบบปิดให้เราใช้แต่เสียงที่ติดมากับซอฟต์แวร์ที่มีอยู่ 150 ณ ตอนนี้ ไม่สามารถอิมพอร์ทเข้าไปเองได้ หรือแม้แต่ซื้อเพิ่มซึ่งให้อารมณ์คล้ายๆ กับเครื่องดนตรีฮาร์ดแวร์ คาดหวังอยู่ลึกๆ ว่า KORG อาจค่อยๆ เพิ่มให้ตามวันเวลาที่อัพเกรด หรือมีระบบขายซาวน์แวร์เพิ่มเข้ามาในอนาคต ไม่อย่างนั้นแล้วก็อาจจะมีคู่แข่งลอกเลียนแบบได้ไม่ยากนัก

การบูรณาการเข้ากับแอพอื่นก็ง่ายมาก เพราะ KORG เป็นผู้ริเริ่มระบบ WRIS ที่หากเรามี iMS20 หรือ iElectribe หรือแอพดนตรีใดๆ ที่สนับสนุน WRIS รันอยู่บน iPad อีกเครื่อง เราจะสามารถเปิดเล่นไปพร้อมๆ กันได้ DJ ที่ชอบความหวือหวาอาจนำอุปกรณ์เหล่านี้ไปเล่นพร้อมกันได้เลย

KORG ยังใส่ระบบ AudioCopy ที่ให้เราทำสำเนามิกซ์ของเรา ไปแปะกับโปรแกรมทำเพลงอื่นๆ บนเครื่องเดียวกันได้ทันทีด้วย

การส่งงานออกก็สามารถทำได้สองวิธีคือ Export ออกมาตามปกติ แล้วใช้ iTunes ดึงออกมาได้ หรืออัพโหลดขึ้น SoundCloud ได้ทันที ซึ่งยอมรับว่า KORG คิดมาดีในเรื่องนี้ คือเลือกให้มี Feature อะไรบ้าง หรือตัดอะไรออกไปบ้าง

iKaossilator เป็นอีกหนึ่งแอพดนตรีระดับ 5 ดาว ที่เล่นได้ตั้งแต่เด็กทารก (โปรดระวังมือถือจะหล่นใส่ตัวเด็ก) ไปจนถึงมืออาชีพ เพราะแม้มันจะเป็นเครื่องดนตรีกึ่งสำเร็จรูป แต่มันก็เล่นสนุก ให้แรงบันดาลใจในทุกที่ทุกเวลาครับ

โปรโมชั่นครึ่งราคายังมีอยู่ถึงสิ้นเดือนนี้ ดังนั้นถ้าชอบแนวนี้แนะนำให้รีบหน่อยนะครับ ;D

Mini Review - iMaschine

Mini Review – iMaschine

อาจเพราะติดกับดัก The Innovator’s Dilemma หรือต้องการโฟกัสกับธุรกิจหลักที่ทำอยู่ก็ตาม แต่ผลที่เราเห็นชัดคือการที่กว่า iMaschine เพิ่งจะออกสู่ตลาด iOS ก็ใช้เวลาถึง 4 ปี ทั้งๆ ที่ NI เป็นหัวหอกในการทำซอฟต์แวร์ดนตรีบน Mac และ Windows มาตั้งแต่เริ่มแรก หรือพูดให้ชัดก็คือการที่พวกเขาเห็นศักยภาพของการใช้คอมพิวเตอร์ตามบ้านมาสังเคราะห์และโปรเซสเสียงก่อนใครๆ ในยุคตกผลึกของ PC

อย่างไรก็ตามครับ แม้จะมาช้าแต่ก็มาโดยมีแผนการตลาดชัดเจน มีแนวทางการออกผลิตภัณฑ์ที่น่าสนใจและเข้าใจได้ง่าย โดยดัน Maschine เครื่องดนตรีในฐานะแพลตฟอร์มเพื่อดึงผู้ใช้ใหม่เข้ามาในระบบ กับราคาที่แทบไม่ต้องคิดมาก ($5 ประมาณ 155 บาท) ทั้งยังพอทำกำไรได้อีกต่อจากการขายซาวด์แวร์ในราคาถูกมากๆ คือ $1-3 หรือประมาณ 31-93 บาท ซึ่งโดยปกติราคาซาวด์แวร์ของ NI จะอยู่ที่ $59 (หรือประมาณ 1800 บาทเลยทีเดียวครับ) ซึ่งถ้าหากใครมี Mobile Life Style ที่เคลื่อนที่ ไม่เคยหยุดนิ่งแล้ว เครื่องดนตรีบนมือถือแบบนี้ อาจกลายเป็นสิ่งที่เราใช้กันบ่อยที่สุดโดยมีค่าใช้จ่ายน้อยที่สุด (ไม่นับราคาของฮาร์ดแวร์มือถือ) เลยก็เป็นได้

ลองใช้งานจริง

iMaschine เป็นเครื่องดนตรีแบบ 4 แทรคภายใต้แนวคิดว่าเน้นไปที่ Groove Production แต่เนื่องจากมีข้อจำกัดบางอย่างทาง NI จึงนิยามให้ดูเท่ๆ ว่า “The Groove Skatchpad” คือเราอาจร่างบีทได้ก่อน แล้วนำไปทำต่ออย่างละเอียดบน Maschine บนเครื่องคอมพิวเตอร์หรือจะทำให้จบในตัวก็ได้โดยผลลัพธ์จะสามารถ Mixdown ออกมาหรืออัพโหลดไปที่ SoundCloud ได้

การออกแบบ User Interface ก็สวยงามได้มาตรฐาน NI เนี้ยบและแป๊ะมาก พยายามเลียนแบบเครื่องดนตรีจริงทั้งตัว Groove Pad ตัวคีย์บอร์ดหรือแม้แต่มิกเซอร์ แต่ไม่ทำให้มันดู Vintage เหมือนกับ App ที่ Moog ทำบน iOS มีความเป็นการ์ตูนกึ่งคอมพิวเตอร์เป็นสไตล์ที่ NI ทำมาโดยตลอด ซึ่งแค่เรื่อง UI นี้ถือเป็นลายเซ็นอย่างหนึ่งที่ผู้เขียนยกย่องมาก

การใช้งานมีรูปแบบเหมือนทำเพลงทั่วไป คือเราอาจจะดัดแปลงจากพรีเซ็ตเริ่มแรก หรือล้างและเริ่มใหม่ทั้งหมด เริ่มต้นจากการวางบีททีละแทรค โดยเลือกชุดกลองที่เราชอบ ใส่ไลน์เบส ไลน์ทำนองถ้าต้องการ อัพเสียงร้องถ้ามีไอเดีย มิกซ์บนมิกเซอร์ 4 ช่องปรับระดับความดัง ใส่เอฟเฟกต์ และ Mixdown/Upload ฯลฯ ทั้งหมดเป็น Workflow ที่เราไม่จำเป็นต้องเรียนรู้อะไรใหม่ ยกตัวอย่าง App ที่คล้ายกันอย่าง iDrum ซึ่งแม้จะทำได้ดี แต่เราต้องเรียนรู้ Flow การทำงานก่อนนิดหน่อยจึงจะใช้งานได้สนุก

ข้อจำกัดของ iMaschine กลายเป็นข้อจำกัดของฮาร์ดแวร์ที่มันไม่สามารถรับน้ำหนักของการจิ้มโน้ตได้ แต่เรายังพอปรับค่าน้ำหนักได้เองบ้างครับ ส่วนข้อจำกัดอีกอย่างที่เกิดจากการออกแบบซอฟต์แวร์เองคือทาง NI ไม่เปิดให้เรา Edit โน้ตที่บันทึกลงไปแล้วได้ เราอาจต้องเล่นสดให้ดีที่สุด หรือไม่ก็เริ่มอัดใหม่ หรือสามารถค่อยๆ บันทึกแบบ Overdub ลงไปได้อีกเรื่อยๆ ในระหว่างที่เรากำลัง Playback นี่เองที่ทำให้มันมีแนวคิดเพียง Sketch Pad ไม่ใช่ Groove Production Studio แบบที่ผู้ผลิตรายอื่นๆ ต่างหยิบข้อเสนอในการทำเพลงเต็มรูปแบบกว่ามาให้

ในเรื่องของมาตรฐานการทำงานร่วมกับ App อื่นๆ อย่าง WRIS หรือ AudioCopy ก็ยังไม่มีบน iMaschine อาจเพราะทาง NI เอง ยังไม่ได้มีแผนเกี่ยวกับเรื่องนี้แต่แรก หรือต้องการเพียงให้ iMaschine เป็นส่วนขยายของการใช้งาน Maschine รุ่นใหญ่กว่า ก็ต้องให้เวลาทางผู้ผลิตในการเผยแผนการเกี่ยวกับเรื่องนี้ครับ

ถ้าไม่นับข้อจำกัดต่างๆ ของมัน พิจารณาแต่สิ่งที่ iMaschine ถูกออกแบบมาแต่แรก ก็ยอมรับว่า iMaschine จัดทำมาได้อย่างดี ใช้งานสนุกและได้ผลลัพธ์คุณภาพสูงแบบที่เราคาดหวังได้ เผลอเราอาจใช้มันมากกว่าเครื่องดนตรีสตูดิโออื่นใด หรือแม้แต่รุ่นพี่ของมันเลยก็ได้

การได้เห็น NI มาลุยตลาดนี้ พร้อมๆ กับการเห็นศักยภาพของระบบ Modular จากผู้ผลิตรายอื่น ผู้เขียนแอบหวังลึกๆ ว่าเราอาจได้เห็น iReaktor มาร่วมวงไพบูลย์ได้ ก็ในเมื่อ 15 ปีก่อนพวกเขาทำ Reaktor บนคอมพิวเตอร์ที่แรงน้อยกว่ามือถือวันนี้ ทำไมพวกเขาจะทำไม่ได้ล่ะ?

PassionSound Shop

ตอนนี้เรามีร้านค้าแล้วนะครับ โดยคุณสามารถสั่งซื้อได้จาก PassionSound Community Page บน Facebook ของเราได้เลย

อันที่จริงเป็นร้านของ GROOV Store ที่สนับสนุนเว็บอยู่

ทางเรากำลังติดต่อนำสินค้าประเภทเครื่องดนตรีบางรายการจากทั้งร้านค้าที่เคยเป็นสปอนเซอร์ เป็นพาร์ทเนอร์

รวมไปถึงหาสินค้าประเภท Gadget มาขาย กำไรเล็กๆ น้อยๆ เหล่านั้น จะสนับสนุนค่า Hosting ให้มันคงดำเนินการได้ต่อไป

โดยผู้จัดทำไม่ต้องควักเนื้อของตัวเองครับ

ใครสนใจสินค้าประเภท Power Bank หรือเลนส์มือถือ สนับสนุนกันได้เลยครับ

Audio Damage :: Axon

เพิ่งได้มีโอกาสมาดู Instrument แนวคิดแปลกๆ ตัวนี้

ชื่อและแนวคิดของมันจับความสนใจได้พอควร LoL ถ้าได้ลองเต็มๆ จะมาชี้แจงรายละเอียดครับ